วันศุกร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2557

Fuji@Arakurayama Shrine


ทิวทัศน์ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจากภูเขาไฟฟูจิ ผมไปญี่ปุ่นครั้งแรกปี 2002 ลงทุนซื้อแลนด์ทัวร์หนึ่งวันไปเที่ยวรอบๆฟูจิเพื่อชมวิว แต่โดนโชคชะตาเล่นตลกจริงๆวันนั้นฝนตกทั้งวัน จึงพลาดไม่ได้เห็นวิวทิวทัศน์อะไรเลย

เหตุการณ์ครั้งนั้นจึงเป็นเหมือนปมฝังใจ ทำให้ผมพยายามเที่ยวตะลอนตามเก็บภาพฟูจิจากที่ต่างๆเพื่อให้ได้ภาพสุดสวยเหมือนหลุดมาจากโปสการ์ด แต่ต้องยอมรับว่าดวงชะตาเราคงไม่ค่อยสมพงศ์กันเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะเจอวันที่อากาศไม่ดีเห็นฟูจิไม่ค่อยชัดเสียมากกว่า

หลังจากสั่งสมทิวทัศน์มาได้หลายทริปพอประมาณ ผมจึงถือโอกาสนี้ตัดริบบิ้นเปิดแกลเลอรี่ภาพถ่ายภูเขาฟูจิของผม โดยจะประเดิมเริ่มจากทริปที่ได้ภาพที่ดีที่สุดตั้งแต่ถ่ายมาจนถึงบัดนี้ เป็นภาพจากมุมป็อบปูล่าร์ที่มักถูกใช้โปรโมทการท่องเที่ยวญี่ปุ่นหรือฟูจิ นั่นคือภาพภูเขาฟูจิจากวัด Arakurayama (新倉山浅間公園)


วัด Arakurayama อยู่ใกล้ๆกับสถานี Shimo-Yoshida (下吉田駅) บนเส้นรถไฟสาย Fuji-kyu


วิวฟูจิมองผ่านกระจกหน้าต่างรถไฟ (แววอากาศดีมาเชียว)


จากสถานีรถไฟ Shimo-Yoshida เดินตามป้ายบอกทางที่มีตลอดเส้นทาง


ระหว่างทางก็ยังมองเห็นฟูจิถึงแม้ติดสายไฟเยอะไปหน่อย ผมไปที่นี่ช่วงต้นเดือนเมษา ตามหลักการจะเป็นช่วงซากุระในแถบนี้สะพรั่งที่สุด แต่ปี 2013 ที่ผมไปซากุระดันบานเร็วไปล่วงหน้าอาทิตย์นึง ช่วงที่ถ่ายภาพจึงเป็นปลายฤดูการบานไปแล้ว


ตัววัด Arakurayama จะอยู่บนเนินเขา เดินจากสถานีรถไฟประมาณ 10 นาทีก็ถึงปากทางขึ้นเขา


ตามธรรมดาของวัดญี่ปุ่นที่ต้องมีเสา Torii ตรงทางเข้า


ฟูจิมองลอดผ่านเสา Torii


ต้องเดินขึ้นบันได(ตั้ง) 400 ขั้น แต่ไม่ต้องวิตกกังวลว่าจะไม่ไหว เคยมีคนแบกสังขารน้ำหนักร้อยกว่ากิโลขึ้นได้มาแล้ว


ระหว่างทางมีวิวสวยๆให้หยุดพักถ่ายเก็บได้ตลอด





เคล็ดลับการขึ้นบันไดสูงๆหลายๆขั้นก็คือให้คอยมองย้อนกลับไปทางที่เราผ่านมาแล้ว จะรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมา ยิ่งมีภูเขาฟูจิชูสองนิ้วยิ่งสู้ตาย


เมื่อขึ้นไปถึงยอดแล้วก็จะเจอเจดีย์สีแดง จุดรวมพลตากล้องจะเป็นบนเนินดินเตี้ยๆข้างเจดีย์


ภาพถ่ายมุมมหาชน ตอนไต่ถึงยอดเริ่มมีเมฆมาคลุมยอดฟูจิประปราย


ซูมเจดีย์ใกล้ๆโดยมีฟูจิเป็นแบ็คกราวด์


แนวตั้งเห็นเจดีย์เต็มตัว


หลังคา ซากุระและฟูจิ


ยามรัก เจดีย์แนบสนิทกับฟูจิ


ยามชัง งอนกันแยกไปอยู่คนละมุมภาพ


ถ่ายมุมมหาชนไปซักพักเริ่มลองหามุมใหม่ไม่ให้จำเจ ลองสลับเจดีย์ไปอยู่ซ้ายให้ฟูจิมาอยู่ขวาบ้าง


ลงจากเนินชุมนุมตากล้อง เดินไปด้านข้างมีม้านั่งพักให้ชมวิวฟูจิได้ ที่นี่ให้มุมฟูจิสวยไปอีกแบบ ภูเขาสูงใหญ่ยืนตระหง่านเหนือหลังคาบ้านเรือนเล็กกระจิ๋ว


เรียกกิ่งซากุระมาฟิเจอริ่ง


มีโคมไฟและมอเตอร์ไซด์มาประกอบฉาก


ฟูจิและซากุระ สัญลักษณ์แห่งการต้อนรับของญี่ปุ่น



ตอนเดินลงบันไดถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าตัววัดจริงๆแล้วอยู่ที่ระหว่างทาง


พอยิ่งสายฟูจิก็เริ่มถูกเมฆบดบังมากขึ้นเรื่อยๆ



การเดินทางไปวัด Arakuayama
ถ้ามาจากโตเกียวก็นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Otsuki แล้วต่อรถไฟ Fuji-kyu เร็วสุดใช้เวลาประมาณสองชั่วโมง แต่ถ้าพักอยู่ที่แถว Kawaguchi-ko นั่งสาย Fuji-kyu มาใช้เวลาแค่ 15 นาที










วันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

Postcard from Alaska: Hubbard Glacier วันสุดท้ายกับรัศมี



 
วันที่เจ็ดของการเดินทางล่องเรือสำราญสู่อะลาสก้าซึ่งเป็นวันสุดท้ายบนเรือรัศมีแสงแห่งทะเล (Radiance of the Sea) ตามกำหนดการวันนี้เรือจะไม่ได้จอดเทียบท่าที่เมืองไหน แต่จะล่องไปชมธารน้ำแข็งแห่งหนึ่งชื่อว่า Hubbard Glacier ตอนประมาณ 8 โมงเช้า

ผมแอบมีตารางส่วนตัวไว้แล้วว่าจะตื่นเช้าตรู่เพื่อมาชมพระอาทิตย์ขึ้นที่อะลาสก้า จึงตั้งนาฬิกาปลุกไว้ก่อนหกโมง จดหมายข่าวชื่อ Compass ที่ทางเรือแจกให้ผู้โดยสารทุกๆวันจะมีบอกเวลาคาดการณ์พระอาทิตย์ขึ้นตกในวันรุ่งขึ้น ทำให้กะเวลาได้


ถึงแม้เดือนมิถุนายนจะเข้าสู่หน้าร้อนของที่นี่ แต่อะลาสก้าก็ยังคงเป็นอะลาสก้า อากาศตอนเช้ามืดหนาวจับจิต จนผมยืนตากลมที่ดาดฟ้าตลอดเวลาเพื่อรอพระอาทิตย์ขึ้นไม่ไหว ต้องคอยแว่บเข้าแว่บออกในร่มเพื่อรับไออุ่นเป็นระยะๆ

ภูเขายอดหิมะยามรุ่งสางตัดกับฟ้าสีส้มทองดูสวยไปอีกแบบ


ในที่สุดพระอาทิตย์ก็โผล่พ้นทิวเขา ชักภาพไว้พอประมาณก็กลับไปนอนต่ออีกซักงีบ


ไฮไลท์การเดินทางของวันนี้คือธารน้ำแข็งชื่อว่า Hubbard Glacier



แต่จะเป็นการชมจากบนเรือเท่านั้นไม่มีการจอดเทียบท่า (docked) หรือลงเรือเล็ก (tendered) แต่อย่างใด



คุณป้ากูรูวิทยากรเที่ยวอะลาสก้าเคยโฆษณาในวันแรกๆไว้ว่า เวลาที่เรือมุ่งหน้าสู่ Hubbard Glacier เป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำมาก เพราะเรือจะล่องเข้าไปใกล้ๆเพื่อให้ชมธารน้ำแข็งในระยะประชิด นอกจากนี้อาจจะได้เห็นปรากฏการณ์น้ำแข็งทรุดถล่ม (ice calving) หรือที่ชาวอะลาสก้าเรียกว่า White Thunder เนื่องจากเสียงเวลาน้ำแข็งถล่มฟังคล้ายๆฟ้าร้อง

แต่ขอบอกว่าโฆษณาชวนเชื่อของป้าแกเกินจริง เพราะเรือจอดให้ชมห่างเป็นโยชน์ไม่เฉียดใกล้เลย



แอบเดาแบบเข้าข้างเรือว่าที่เข้าใกล้มากไม่ได้เนื่องจากช่วงต้นฤดูร้อนผืนน้ำบริเวณธารน้ำแข็งยังเป็นน้ำแข็งอยู่เยอะ อาจเป็นอันตรายต่อตัวเรือ ถ้าใครเคยมาเที่ยวช่วงปลายฤดูร้อนอย่างสิงหาหรือกันยาแล้วเรือเข้าใกล้ได้มากกว่านี้ก็ช่วยบอกด้วย




ใช้เลนส์ซูม 250mm แล้วได้แค่นี้


ตอนที่ชมก็ไม่มีน้ำแข็งทรุดถล่มแต่อย่างใด ทุกก้อนอยู่กันปกติสุข



ถึงแม้ไม่ได้ดั่งใจอย่างที่ถูกบิ้วเอาไว้ แต่ทัศนียภาพรอบๆก็จัดว่าสวยงามตระการตาจริงๆ




มุมชมวิวจากห้องฟิตเนส ที่ถูกบดบังด้วยฝูงชน


เรือจอดให้ชมประมาณชั่วโมงกว่าๆก็บ่ายหัวจากไป



หลังจากแล่นออกจาก Hubbard Glacier แล้วกัปตันก็เรียกผู้โดยสารให้ไปรวมกันที่ห้อง auditorium เพื่อฟังระเบียบวิธีการขึ้นจากเรือในวันพรุ่งนี้ เนื่องจากมีผู้โดยสารเป็นพันๆคน ถ้าไม่มีระบบระเบียบรองรับก็จะยุ่งเหยิงมาก

ช่วงบ่ายก็เป็นเวลาอิสระ มีสนามบิงโกเปิดขึ้นให้ประลองดวงอีกรอบ แต่คราวนี้ผมขอบาย ใช้เวลาเดินรอบๆเรือรัศมีเก็บความทรงจำครั้งสุดท้ายก่อนจะลาจากกัน


ใจจริงแล้วแอบตั้งใจไว้ว่าจะหามุมสงบตามกราบเรือนอนเอกเขนกอ่านหนังสือเคล้าบรรยากาศ แต่อากาศข้างนอกยะเยือกมากแถมมีลมตีตลอด ขอยอมแพ้ย้ายกลับไปอ่านในห้องนอนดีกว่า



 

 
 
 



 

About