วันศุกร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

สี่เทศกาลฤดูร้อนแห่งโทโฮะคุ: Akita Kanto Matsuri


คราวที่แล้วได้แนะนำเทศกาลฤดูร้อนที่ยิ่งใหญ่แห่งโทโฮะคุงานแรก นั่นคือ Aomori Nebuta Matsuri ไปแล้ว มาถึงเทศกาลฤดูร้อนแห่งโทโฮะคุงานที่สองซึ่งจัดขึ้นที่เมืองอะคิตะ (秋田) ระหว่างวันที่ 3-6 สิงหาคมของทุกปี มีชื่อว่า Akita Kanto Matsuri (秋田の竿灯) หรือเทศกาลเลี้ยงโคมลำไผ่


เจ้าโคมลำไผ่หรือ Kanto นี้เป็นลำไผ่ที่ยาวห้าถึงสิบสองเมตร ด้านบนของลำไผ่จะแขวนไปด้วยแผงโคมไฟกระดาษจำนวน 24 หรือ 46 ดวง (ขึ้นอยู่กับความยาวลำไผ่) มีน้ำหนักมากสุดถึง 50 กิโลกรัม


วิธีการเล่นกับเจ้าโคมลำไผ่ไม่ใช่ให้ถือโคมเฉยๆ แต่ต้องใช้อวัยวะร่างกายเลี้ยงเจ้าลำไผ่หนักๆนี้ให้ไม่หล่น ซึ่งความน่าตื่นตาตื่นใจของเทศกาลนี้ก็คือการโชว์เลี้ยงโคมลำไผ่นี่เอง


ที่ลานพลาซ่าใกล้ๆสถานีรถไฟอะคิตะจะมี Kanto ให้นักท่องเที่ยวลองถือถ่ายรูป


ที่ลานบริเวณนี้ช่วงกลางวันระหว่างวันเทศกาล จะมีการสาธิตการเลี้ยงโคมลำไผ่ให้ดู (แต่ผมมาถึงช้าไปเค้าเลิกสาธิตไปแล้ว)


นอกจากเทศกาล Kanto แล้วที่เมืองอะคิตะยังมีเทศกาลประจำเมืองที่มีชื่อเสียงอีกเทศกาลหนึ่งชื่อว่า Akita Namahage Matsuri แต่จัดในช่วงหน้าหนาวกลางเดือนมกราคม ซึ่งจะมีคนแต่งกายเป็นปีศาจชุดฟางข้าวแวะเวียนไปตามบ้านเพื่อขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและนำความสุขมาให้ในปีใหม่


การโชว์เลี้ยงลำไผ่จะเริ่มในเวลาหนึ่งทุ่ม ที่ถนน Chuo-dori เดินจากสถานีรถไฟอะคิตะไปราวๆ 20 นาที


มีที่นั่งวีไอพีแบบขายตั๋วด้วย


ถ้าใครไม่อยากเสียตังค์ก็นั่งริมฟุตบาทสองข้างทาง มีพ่อค้าหัวใสทำกล่องกระดาษที่สามารถพับแล้วใช้นั่งเป็นเก้าอี้ได้มาขาย งานเลิกแล้วเก็บกลับไปเป็นของที่ระลึกได้อีก



ชุดประจำเทศกาลดูคล้ายๆพ่อครัวญี่ปุ่นร้านปลาดิบ


งานนี้ไม่ว่าเด็กสตรีหรือคนชราก็มีส่วนร่วม


งานเริ่มออกแขกด้วยการโชว์เต้นรำของเหล่าผู้อาวุโส



จากนั้นขบวนโคมลำไผ่จึงเดินออกมาประจำที่ พอได้เวลาก็ยกโคมตั้งขึ้นไป ช่วงโชว์การเลี้ยงลำไผ่ขบวนโคมจะอยู่กับที่ไม่ต้องเดินพาเหรด เพราะแค่ยืนเลี้ยงอยู่กับที่คนเลี้ยงก็แทบรากเลือดแล้ว



เนื่องจากผู้ชายงานหนักกับการเลี้ยงโคมลำไผ่ สาวๆจึงรับหน้าที่เป็นมโหฬีไม่เว้นแม้แต่ตีกลองใหญ่


การเลี้ยงโคมลำไผ่มีทั้งหมดห้าท่าได้แก่ ถือแบบพลิกหงายข้อมือ (เนื่องจากภาพค่อนข้างมืดและถ่ายติดหลายคนในเฟรม ให้สังเกตคนที่อยู่ในวงกลมสีแดง)


เลี้ยงบนฝ่ามือ


เลี้ยงบนหน้าผาก


เลี้ยงบนไหล่


และเลี้ยงบนก้นกบ (แอดวานซ์สุดๆ)


โชว์มีทั้งรุ่นจูเนียร์และรุ่นใหญ่ แต่ถ้าเป็นเด็กก็จะใช้โคมลำไผ่อันเล็กหน่อยเล่นแค่ท่าเบสิคๆ


อาจสงสัยว่าจะเป็นอันตรายกับคนดูสองข้างทางหรือไม่ถ้าโคมที่เลี้ยงเกิดล้มใส่ เค้าคิดมาอย่างดีแล้ว ถนนที่จัดงานจะมีต้นไม้ใหญ่อยู่ตลอดแนว ช่วงเทศกาลเขาจะเอาเชือกขึงระหว่างส่วนบนของต้นไม้แต่ละต้น ถ้าจังหวะที่คนเลี้ยงควบคุมโคมไม่อยู่เอนไปทางคนดู เค้าจะปล่อยให้ลำไผ่พาดเชือกรับแรงและช่วยกันยกกลับไม่หล่นทับใส่คนดูแน่นนอน (ถ้าเชือกไม่ขาด)


และถ้าเกิดฝนตกก็เอาถุงพลาสติกคลุมโคมไว้แค่นั้นเอง


งานนี้ผมอยู่ได้แป๊บเดียวเพราะต้องรีบกลับไปจับรถไฟเที่ยวสุดท้ายกลับเมืองที่พัก

เว็บไซด์ภาษาอังกฤษของเทศกาล














วันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

สี่เทศกาลฤดูร้อนแห่งโทโฮะคุ: Aomori Nebuta Matsuri


ขณะที่เขียนบทความนี้ก็เริ่มเข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศญี่ปุ่น แทนที่จะนั่งเครียดกับอากาศร้อนอบอ้าว ที่ญี่ปุ่นเค้าจะถือว่าฤดูร้อนเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองสุขสันต์หรรษา แทบทุกภูมิภาคจึงมักมีเทศกาลสนุกๆในช่วงระหว่างเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมให้ผู้คนได้ออกมาเอ็นจอยกัน

โอกาสอย่างนี้นักเดินทางอย่างผมจะพลาดได้ยังไง ผมจะพาไปเที่ยวงานเทศกาลฤดูร้อนที่ภูมิภาคโทโฮะคุทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะฮอนชู

ในช่วงเดือนสิงหาคม แทบทุกเมืองในโทโฮะคุจะมีงานเทศกาลรื่นเริง แต่ผมเลือกเอาไว้แล้วว่าจะไปเทศกาลที่ได้รับยกย่องว่าเป็น Big 4 หรือจตุรเทศ(กาล) ของภูมิภาคนี้ เทศกาลทั้งสี่นี้จะจัดในช่วงต้นเดือนสิงหาคมโดยเหลื่อมเวลากันเล็กน้อย เรียกว่าไปโทโฮะคุทีเดียวสามารถยลได้หมดเลย

ผมจะเขียนไปเล่าทีละเทศกาล โดยเริ่มจากเทศกาลที่เริ่มก่อนเพื่อนและเป็นเทศกาลของจังหวัดที่อยู่เหนือสุดของภูมิภาค นั่นคือเทศกาลโคมไฟยักษ์ Aomori Nebuta Matsuri (青森ねぶた祭り) ที่เมืองอาโอโมริ (青森)


งานเทศกาล Aomori Nebuta จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-7 สิงหาคมของทุกปี จุดสำคัญของงานก็คือขบวนแห่โคมไฟยักษ์หรือที่เรียกว่า Nebuta ไปตามท้องถนน


ผมแนะนำให้ไปถึงเมืองอาโอโมริให้เร็วหน่อย เพื่อแวะไปเที่ยวตึกรูปทรงตัวเอภาษาอังกฤษชื่อว่าตึก ASPAM ที่ตึกนี้จะมีของฝากและอาหารประจำจังหวัดอาโอโมริให้เลือกช็อปเลือกชิมได้


นอกจากนี้ที่ชั้น 13 ยังเป็นจุดชมวิวเมือง (ต้องเสียตังค์ขึ้นไป)


ด้านหลังตึกสามารถชมวิวทะเลได้ บริเวณลานใกล้ๆจะใช้เป็นที่เก็บเจ้ารถเข็นโคมไฟยักษ์ที่จะใช้แห่คืนนี้


ตัวโคมไฟยักษ์ทำจากกระดาษนิยมทำเป็นรูปการต่อสู้ของเหล่าเทพเจ้าหรือนักรบผู้กล้ายุคโบราณ





ชุดแต่งกายประจำเทศกาลมีชื่อว่า haneto (ハネト) จุดเด่นสำคัญของชุดก็คือลูกกระพรวนที่แขวนตามตัวจะทำให้เกิดเสียงกรุ๊งกริ๊งตอนขยับตัวเต้น


ขบวนแห่จะเริ่มตอนหนึ่งทุ่มจบเอาสามทุ่ม วนตามถนนบริเวณใจกลางเมืองซึ่งเดินตรงๆจากสถานีรถไฟอาโอโมริไปประมาณ 5-10 นาที



ขบวนแห่โคมไฟจะมาเป็นชุดๆ ในแต่ละชุดจะประกอบไปด้วยห้ากลุ่ม นำขบวนโดยโคมไฟขนาดย่อมของสปอนเซ่อร์ผู้สนับสนุนชุดขบวนนั้น


ตามมาด้วยคณะแดนเซ่อร์


ท่าเต้นแดนเซ่อร์ผมแอบตั้งชื่อให้ว่าท่าสะบัดกาจั๊วะจากเท้า ระหว่างเต้นไปกระโดดไปก็จะร้องตะโกนไปว่า Rasserā (ラッセラー)


จากนั้นก็เป็นหัวใจสำคัญของขบวน รถแห่โคมไฟยักษ์



โคมไฟส่วนใหญ่จะประดับตกแต่งทั้งด้านหน้าและด้านหลัง



รถแห่โคมไฟยักษ์ Nebuta มีขนาดใหญ่และหนักมากต้องใช้ชายฉกรรจ์หลายคนช่วยกันลาก


บางขบวนอาจมีโคมไฟไซส์ย่อมๆหน่อยที่ใช้คนลากไม่กี่คนร่วมขบวนด้วย


กลุ่มที่สี่คือคณะมโหฬีบรรเลงดนตรีประกอบการเต้น



และปิดท้ายด้วยกองเสบียงและพยาบาล


หลายคนอาจสงสัยว่าถ้าฝนตกจะแห่โคมไฟได้ยังไงเพราะตัวโคมทำจากกระดาษ คำตอบก็คือเค้าจะเอาพลาสติกใสขนาดยักษ์คลุมตัวโคมไฟเอาไว้ก็เท่านั้นเอง


ทิ้งท้ายด้วยภาพโคมไฟ Nebuta อันสว่างไสวงดงามในคืนเทศกาล








เว็บไซด์ภาษาอังกฤษของเทศกาล (ซึ่งไม่ค่อยอัพเดท)
อันนี้เป็นภาษาญี่ปุ่น อัพเดทกว่าแต่อ่านไม่ออก



ในช่วงเทศกาลแต่ละเทศกาล ที่พักในเมืองที่จัดเทศกาลจะเต็มเอี๊ยดมาก ถ้าใครอยากไปร่วมงานเทศกาลควรจองที่พักแต่เนิ่นๆ หรือไม่เช่นนั้นก็หาที่พักที่เมืองใกล้เคียงแทน แต่ก็จะมีปัญหาก็คือรถไฟกลับจะไม่มีรอบดึกมาก อาจต้องวางแผนกลับเร็วหน่อย








About