วันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

Postcard from Alaska: Portage Glacier ธารน้ำแข็งอีกครั้งยังไม่เบื่อ




หลังจากโบกมืออำลาเรือสำราญ Radiance of the Sea ผมก็ย้ายมาพำนักต่อที่เมือง Anchorage ซึ่งเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดของมลรัฐอะลาสก้า ความตั้งใจดั้งเดิมก็คือจะซื้อแลนด์ทัวร์หนึ่งวันเพื่อไปเที่ยว Denali National Park อันเป็นสถานที่ที่หลายๆสำนักแปะป้ายแนะนำว่าถ้ามาอะลาสก้าทั้งทีห้ามพลาดเด็ดขาด แต่ปรากฏว่าทัวร์เต็มไม่มีที่ว่างเลยชวดไป

ผมเลยต้องหาแผนสำรองเพื่อใช้เวลาท่องเที่ยว Anchorage หรือละแวกใกล้ๆแทน สุดท้ายจิ้มเลือกเอาโปรแกรมที่มีไปเที่ยวธารน้ำแข็ง (อีกแล้ว) เป็นโปรแกรมที่ขับรถพาชมวิวตามเส้นทาง Seward Highway โดยมีพาไปชมวิวจากยอดเขา Alyeska ก่อนที่จะล่องเรือหนึ่งชั่วโมงชมธารน้ำแข็งที่ Portage Glacier


ท่าทางทัวร์คงไม่ป๊อบปูล่าร์เท่าไหร่จึงมีลูกทัวร์แค่สามคนรวมผม หลังจากรับลูกทัวร์ตามโรงแรมแล้ว รถมินิแวนก็จะวิ่งออกจาก Anchorage ไปตามเส้นทาง Seward Highway ซึ่งเป็นถนนเลียบทะเลเห็นวิวภูเขาหิมะเป็นแบ็คกราวด์ ก่อนที่จะแวะจอดให้ถ่ายรูปสั้นๆที่จุดเรียกว่า Turnagain Arm


เส้นทาง Seward Highway นี้จะเห็นรางรถไฟขนานไปตลอดเส้นทาง ว่ากันว่าเป็นเส้นทางรถไฟที่วิ่งจากเมือง Seward ไปจนถึง Denali National Park


จากนั้นก็มาที่ Mt.Alyeska เพื่อขึ้นกระเช้าไปชมวิวบนยอดดอย ว่ากันว่าคำว่า Alyeska นี้เป็นภาษาท้องถิ่นที่เป็นรากศัพท์ของคำว่า Alaska



ระหว่างทางกระเช้าขึ้นเขา ไกด์ชี้ให้ดูต้นไม้ตามไหล่เขาที่ลำต้นโค้งงอตรงโคนเหมือนโดนดัด เกิดจากหิมะที่ไหลลงมาตามไหล่เขากดทับโคนต้นให้เอียง แต่ธรรมชาติของต้นไม้จะเติบโตในแนวตั้งเพื่อรับแดดทำให้ลำต้นส่วนที่ไม่โดนหิมะกดทับก็ตั้งตรงดังเดิม


วิวจากกระเช้าเห็นทัศนียภาพทะเลและภูเขาหิมะ


อาคารชมวิวบนยอดเขา ถึงแม้เข้าฤดูร้อนแล้ว ยอดเขายังมีหิมะหนาอย่างกับหน้าหนาว



วิวจากบนยอดเขา



หลังจากชมวิวซักพักก็กลับลงไปทานอาหารกลางวันที่เชิงเขา ก่อนที่จะนั่งรถต่อไปล่องเรือชมธารน้ำแข็ง


ธารน้ำแข็งที่จะล่องมีชื่อว่า Portage glacier เรือที่ใช้ล่องเป็นเรือสองชั้นขนาดย่อม ไม่ต้องตกใจว่าทั้งลำมีกันแค่พวกผมสามคน พอถึงรอบก็จะมีนักท่องเที่ยวจากกรุ๊ปอื่นๆมาจอยจนเต็มเรือ


Portage glacier เป็นธารน้ำแข็งที่อยู่ใกล้ท่าเรือมากๆ เรียกว่าเรือหันหัวออกจากท่าแค่ช่วงอึดใจก็มองเห็นตัวธารน้ำแข็งแล้ว


ใกล้ๆธารน้ำแข็งมีแผ่นน้ำแข็งเกาะผิวน้ำ




ทีเด็ดของทัวร์นี้ก็คือเรือที่ล่องเป็นเรือที่ตัดน้ำแข็งได้ จึงวิ่งตรงเข้าไปตามผืนน้ำแข็งแล้วโชว์การตัดแผ่นน้ำแข็งให้ดู



แผ่นน้ำเข็งที่แตกออกมาด้วยน้ำมือเรือตัดน้ำแข็ง



เรือไม่ได้แล่นฝ่าผืนน้ำแข็งเข้าไปใกล้ตัวธารน้ำแข็งมากนัก แต่จะจอดให้ชมวิวบริเวณริมแผ่นน้ำแข็ง เข้าใจว่าคงเก็บแผ่นน้ำแข็งไว้ค่อยๆตัดโชว์ในรอบต่อๆไป


เนื่องจากตั้งแต่ก้าวเข้ามาในอะลาสก้า ได้เที่ยวชมธารน้ำแข็งมาแล้วไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ ก็คงไม่ต้องบรรยายอะไรเกี่ยวกับทิวทัศน์มาก ชื่นชมบรรยากาศจากรูปเอาเองแล้วกัน





เสร็จจากโปรแกรมล่องเรือชมธารน้ำแข็งเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง ทัวร์ก็พามาปิดท้ายที่ Alaska Wildlife Conservation Center หรือศูนย์อนุรักษ์สัตว์ป่าอะลาสก้า


ซึ่งที่นี่ก็มีโอกาสได้เห็นสัตว์สามัญที่พบเห็นได้ที่อะลาสก้า อย่างเช่น หมีกริซลี่ย์ หมีดำ กวางคาริบู กวางมูส ควายไบซัน เป็นต้น


ข้อดีของศูนย์นี่ก็คือบรรยากาศฉากหลังแบบอะลาสก้า


เว็บไซด์ของ Alaska Wildlife Conservation Center









วันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

เทศกาลสะดือแห่งฟูราโนะ


ผมเคยเขียนบทความติดเรท เกี่ยวกับเทศกาลอวัยวะใต้สะดือของญี่ปุ่นไปครั้งนึง คราวนี้จะพาไปเที่ยวเทศกาลเกี่ยวกับอวัยวะที่ญี่ปุ่นอีกหน แต่ครั้งนี้ขยับสูงขึ้นมาหน่อย นั่นคือเราไปเที่ยวเทศกาลสะดือนั่นเอง


เทศกาลสะดือหรือเทศกาลระบำสะดือมีชื่อว่า Hokkai Heso Matsuri (北海へそ祭り) จัดขึ้นที่เมืองฟูราโนะ (富良野) บนเกาะฮอกไกโด โดยงานจะมีขึ้นในวันที่ 28-29 กรกฎาคมของทุกปี ไม่ว่าจะตรงกับวันอะไรก็ตาม

ทำไมถึงเป็นเทศกาลสะดือนะหรือครับ ก็เพราะเมืองฟูราโนะอยู่ตรงกลางเกาะฮอกไกโดซึ่งเปรียบเหมือนอวัยวะสะดือที่อยู่กึ่งกลางร่างกายมนุษย์ เมื่อปี 1969 ชาวเมืองฟูราโนะต้องการรังสรรค์งานเทศกาลฤดูร้อนที่สนุกสนานเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวจึงหยิบเอาคอนเซ็ปท์สะดือมาเล่น


ไฮไลท์ของงานก็คือการเต้นระบำสะดือ ซึ่งผู้เต้นจะต้องเพ้นท์รูปใบหน้าบนลำตัวเปลือยเปล่าของตนเอง ท่อนล่างสวมชุดที่ดูเหมือนเสื้อกางเกง ส่วนบริเวณเหนือลำตัวหาอะไรมาคลุมให้ดูเหมือนหมวกหรือศีรษะ การเต้นแล้วแต่ผู้เต้นจะวาดลวดลาย


ในปีที่เริ่มจัดงานครั้งแรก ผู้จัดไปพูดจาหลอกล่อผู้คนเข้าร่วมเต้นระบำสะดือได้เพียง 11 คนเท่านั้น แต่ปัจจุบันนี้เทศกาลได้รับความนิยมอย่างมาก ในแต่ละปีมีผู้สมัครใจเข้าร่วมเต้นมากกว่า 4,000 คน


มาสค็อตประจำงานที่พบเห็นได้ทั่วเมืองในช่วงเทศกาล



งานเทศกาลระบำสะดือจะมีขึ้นที่ถนน Shin-aioi-dori ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ JR Furano ออกจากสถานีเดินตรงๆ ไม่เกิน 2 นาทีก็ถึง


มาถึงปุ๊บขอแวะไปชมจุดที่เรียกว่าเป็นสะดือของเกาะฮอกไกโดก่อน คนญี่ปุ่นเค้าวัดและมาร์คตำแหน่งจุดกึ่งกลางของเกาะเอาไว้ ณ ตรงนี้ อยู่ติดกับสนามฟุตบอลด้านหลังโรงเรียนประถมฟูราโนะ เห็นแล้วจึงรู้ว่าที่แท้ฮอกไกโดสะดือจุ่นนี่เอง



ในช่วงเทศกาล ถนนจะปิดการจราจรตลอดสาย ช่วงกลางๆของถนนจะตั้งเวทีสำหรับการแสดง มีการโชว์เต้นนานาชาติเรียกน้ำย่อยฆ่าเวลา ฝั่งถนนตรงข้ามเวทีจะมีซุ้มร้านขายอาหารเรียงรายให้เลือกทาน


ระบำหน้าท้องของแขก ที่เข้าคอนเซ็ปต์กับงานระบำสะดือ


การเพ้นท์รูปใบหน้าลงบนหน้าท้องในสมัยก่อนจะบังคับว่าต้องวาดลงบนผิวกายที่เปลือยเท่านั้น (ยกเว้นผู้หญิงที่อนุญาตให้ปิดผ้าบริเวณหน้าอกได้) แต่ปัจจุบันนี้เพื่อให้ผู้เข้าร่วมไม่กระดากใจก็อนุโลมให้สวมเสื้อที่เพ้นท์เป็นลายใบหน้าเข้าร่วมเต้นได้



ช่วงเวลากลางวันจะมีกิจกรรมมากมาย เช่น แข่งเด็กคลาน แข่งคาราโอเกะ ฯลฯ เมื่อถึงเวลาทุ่มตรงก็จะเป็นเวลาประกวดเต้นระบำสะดือ ซึ่งผู้เข้าแข่งขันเป็นทีมๆจะต้องเต้นในขบวนพาเหรดวนรอบถนนไปเรื่อยๆเป็นเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง



ที่เวทีกลางจะมีนักร้องขับขานเพลงเป็นทำนองให้นักเต้นขยับจังหวะตาม


การประกวดมีทั้งโชว์ความคิดสร้างสรรค์ในการเพ้นท์หน้าท้องและคอสตูม




แต่ก็ไม่ได้บังคับว่าผู้เข้าร่วมประกวดจะต้องแต่งชุดระบำหน้าท้องเท่านั้น มีอิสระเลือกแต่งได้ตามใจชอบ



การเต้นก็ไม่บังคับว่าจะต้องเต้นในสไตล์ดั้งเดิม บางขบวนประยุกต์การเต้นสมัยใหม่ อย่างเช่นบัลเล่ย์ ระบำฮาวาย



เบื้องหน้าและเบื้องหลังชุดคอสตูมระบำสะดือ



สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจในเทศกาลญี่ปุ่นก็คือการมีส่วนร่วมทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าเด็กหรือชรา



หัวใจของงานเทศกาลนี้คืออารมณ์ขันและความสนุกสนาน




สามารถเข้าไปดูข้อมูลเทศกาลระบำสะดือได้ที่
(หน้านี้เป็นภาษาญี่ปุ่น)
เว็บนี้มีหน้าข้อมูลภาษาอังกฤษด้วย แต่ไม่ค่อยอัพเดทเท่าเว็บภาษาญี่ปุ่น









About