วันศุกร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2556

ขนมฝากจากฮอกไกโด

กลับมาอีกครั้งกับการแนะนำขนมฝากจากประเทศญี่ปุ่น คราวนี้เป็นคิวของดีของดังจากฮอกไกโดเกาะทางตอนเหนือของประเทศ ขนมที่คัดสรรมารีวิวส่วนใหญ่ก็มาจากเว็บไซด์หรือหนังสือท่องเที่ยวแนะนำ และแน่นอนที่สุดเรายังมีแขกรับเชิญผู้ให้ทรรศนะคงเป็นคุณน้องเจ้าเดิมนั่นเอง

ฮอกไกโดมีสามสิ่งที่ขึ้นชื่อได้แก่ ผลิตภัณฑ์จากนมเนย ผักผลไม้ และอาหารทะเล ขนมชื่อดังจากฮอกไกโดจึงมักจะหนีไม่พ้นเจ้าสามสิ่งนี้

1.   ขนมชิโระอิโคะอิบิโตะ (白い恋人)
เป็นขนมขึ้นชื่ออันดับหนึ่งของฮอกไกโด เรียกว่าถ้าใครไปฮอกไกโดแล้วไม่ได้ซื้อของฝากชนิดนี้เหมือนไปหนองมนแล้วไม่ได้ซื้อข้าวหลามไปตลาดนวรัฐไม่ซื้อแคบหมูประมาณนั้น มีลักษณะเป็นขนมปังแผ่นเบาบางสไตล์ฝรั่งเศสประกบไส้ไวท์ช็อคโกแลตหรือดาร์กช็อคโกแลต ความโด่งดังของขนมชนิดนี้ทำให้ปัจจุบันหาซื้อได้แทบทั่วประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว



2.   มันฝรั่งจางะพอคคุรุ (じゃがポックル)
รูปร่างหน้าตาคล้ายกับเฟรนซ์ฟรายตามร้านฟาสฟู้ดตะวันตก แต่ไม่น่าเชื่อว่านี่เป็นขนมฝากจากฮอกไกโดที่นิยมติดอันดับต้นๆ



3.     Rokkatei แซนวิชบัตเตอร์มารุเซอิ (六花亭・マルセイバターサンド)
บิสกิตประกบสอดไส้ครีมเนยลูกเกด ใช้วัตถุดิบชั้นดีจากอำเภอโทกะชิในเกาะฮอกไกโด การออกแบบแพคเกจยังใช้สไตล์แบบย้อนยุคที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากโลโก้และแพคเกจห่อเนยของโรงงานเนยยุคเก่าแก่ตั้งแต่สมัยเมจิ



4.     ขนมโอคาคิข้าวโพดปิ้งจากซัปโปโร (札幌おかきOh!焼とうきび)
ขนมข้าวโพดปิ้งที่มีชื่อเสียงมากของเมืองซัปโปโรเป็นของยี่ห้อ YOSHIMI ภายในซองขนมจะมีโอคาคิ(แป้งข้าวเหนียวอบกรอบ) ที่มีส่วนผสมของข้าวโพดที่มีรสชาติหอมหวานอุดมไปด้วยรสชาติของซอสโชยุและกลิ่นข้าวโพดปิ้งที่เป็นเอกลักษณ์



5.    ขนมซันโปโรคุ (三方六)
ขนมซันโปโรคุ (三方六) คือขนมที่มีลักษณะคล้ายกับขนมเค้ก Baumkuchen ของเยอรมันเคลือบผิวหน้าด้วยไวท์และมิลค์ช็อคโกแลต ทำให้รูปลักษณ์ดูคล้ายท่อนฟืนขนาดเล็ก




6.     ขนมข้าวโพดเคลือบช็อกโกแลต (とうきびチョコ)
ทำจากข้าวโพดสีเหลืองทองเคลือบด้วยไวท์ช็อกโกแลตที่มีคุณภาพดี




7.    ขนมเมล่อนเพียวเจลลี่ (夕張メロンピュアゼリー)
เป็นขนมเจลลี่เนื้อนุ่มผสมกับเนื้อเมล่อนพันธุ์ยูบาริ (夕張メロン) ได้รับรางวัลเหรียญทองติดต่อกัน 5 ปีซ้อน ขอแนะนำให้แช่ในตู้เย็นก่อนรับประทานแต่ถ้านำไปแช่ในช่องแข็งจะกลายเป็นไอศกรีมเชอร์เบทเมล่อน




8.   ขนม Yukipirika (ユキピリ花 - ゆきぴりか)
เป็นขนมที่ทำมาจากแป้งข้าวเจ้าผสมช็อคโกแลต ทำเป็นชิ้นคล้ายคุ๊กกี้แต่เนื้อนิ่มๆ ลวดลายทำเป็นรูปเกล็ดหิมะซึ่งสื่อถึงเกาะฮอกไกโดดินแดนที่มีหิมะปกคลุม



9.    Ika-chip
ชิปปลาหมึกจากเมืองฮาโกดาเตะ จริงๆแล้วไม่ได้อยู่ในลิสต์ของฝากที่แนะนำจากแหล่งข้อมูลไหนๆ พอดีผมเดินเล่นที่ย่านโกดังอิฐแดง ลองชิมแล้วเห็นว่าอร่อยดีเลยซื้อมารีวิวดู


ทำมาจากปลาหมึกซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของเมืองฮาโกดาเตะ แปรรูปให้เป็นแผ่นบางๆกรุบกรอบเหมือนมันฝรั่งแผ่นทอดกรอบ



ขนมที่ 1-8 สามารถหาซื้อได้ทั่วไปในฮอกไกโด เช่น สถานีรถไฟ JR Sapporo ส่วนชิปปลาหมึกซื้อที่โกดังอิฐแดงเมืองฮาโกดาเตะ

หมายเหตุ ทรรศนะนี้เป็นเพียงความคิดเห็นและรสนิยมส่วนบุคคล ไม่ต้องเชื่อก็ได้นะ


ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซด์





วันศุกร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2556

เยือนถิ่นคัมป์นู

เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมามีสโมสรฟุตบอลชื่อดังจากสเปน บาร์เซโลน่า (FC Barcelona) ที่ได้รับการขนานนามในความเก่งกาจว่าทีมจากนอกโลกมาทัวร์เมืองไทยและเตะอุ่นเครื่องกับทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ ในเมื่อทีมบาร์เซโลน่ามาเยือนเราแล้วผมจึงถือโอกาสออกไปเยือนเค้ากลับบ้าง ไม่ใช่ในฐานะนักฟุตบอลแต่ในฐานะนักเดินทาง


สนามฟุตบอลของทีมบาร์เซโลน่ามีชื่อว่าสนามคัมป์นู (Camp Nou) อยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองบาร์เซโลน่า เป็นสนามฟุตบอลที่มีขนาดใหญ่สามารถจุคนดูได้เฉียด 100,000 คน


เราจะเริ่มจากการไปทัวร์สนามกันก่อน สนามคัมป์นูเปิดให้นักท่องเที่ยวหรือบุคคลทั่วไปสามารถเข้าเยี่ยมชมสนามได้ โดยจัดเป็นโปรแกรมทัวร์สนามที่เรียกว่า Camp Nou Experience ทัวร์จะงดในวันที่มีเกมส์แข่งขัน


การทัวร์สนามคัมป์นูไม่มีไกด์ไม่ต้องไปเป็นหมู่คณะ สนามจะขึงเชือกกั้นกรวยไว้เป็นทาง นักท่องเที่ยวที่เข้าชมสนามเพียงเดินตามทางที่ลูกศรชี้นำก็พอ ทัวร์จะเริ่มต้นจากส่วนภายในสนามชั้นล่างก่อน

นี่เป็นห้องอาบน้ำบวกสปา มีอ่างจากุซชี่ตรงกลาง


ห้องเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว


มีโบสถ์ให้สำหรับนักฟุตบอลหรือสตาฟโค้ชสวดขอพรก่อนเตะ


จากนั้นก็ผ่านอุโมงค์ทางเดินนักเตะลงสนาม


ถึงแม้สนามคัมป์นูมีขนาดใหญ่แต่มีอัฒจรรย์ที่มีหลังคาเพียงด้านเดียวเท่านั้น


มุมมองของนักฟุตบอลเมื่อมองขึ้นมาที่อัฒจรรย์คนดู


ซุ้มม้านั่งสตาฟโค้ชและตัวสำรอง


จากนั้นเส้นทางทัวร์ก็วนกลับขึ้นไปอัฒจรรย์ชั้นบน


บริเวณสำหรับนักบอลให้สัมภาษณ์สื่อ (มีป้ายสปอนเซ่อร์เป็นแบ็คกราวด์)


ป้ายจารึกทำเนียบชื่อประธานสโมสรบาร์เซโลน่าที่ผ่านๆมา


ห้องดูบอลสำหรับผู้สื่อข่าว


ส่งท้ายด้วยห้องเก็บถ้วยรางวัล ในปี 2010 ที่ผมไป บาร์เซโลน่าเพิ่งกวาดแชมป์ทุกรายการบนโลกที่เข้าแข่งขัน ตู้โชว์ก็เลยแออัดไปหน่อย


สุดท้ายผมมีภาพการแข่งขันฟุตบอลของทีมบาร์เซโลน่ามาฝาก เป็นเกมส์ลาลีก้าสเปนระหว่างบาร์เซโลน่าเจ้าบ้านกับทีมเตเนริเฟ่ ฤดูกาล 2009-2010 ภาพอาจจะเบลอไปหน่อยเพราะซูมถ่ายมาจากที่นั่งชนชั้นสูง(ม๊ากมาก)

วันที่แข่งมีฝนตก แฟนบอลฝั่งอัฒจรรย์ไม่มีหลังคาต้องทนนั่งเชียร์กลางสายฝน สำหรับตั๋วผมโชคดีเป็นที่นั่งฝั่งมีหลังคา


เริ่มวอร์มอัพร่างกาย (ดูออกหรือไม่ว่าใครเป็นใคร)


ถ่ายรูปทีม


บรรยากาศในเกมส์


ลีโอเนล เมสซี่และซลาตัน อิบบราฮิมโมวิช


เมสซี่กับชาบี เออร์นันเดซ


จบเกมส์บาร์เซโลน่าชนะไป 4-1 โดยท่านเทพเมสซี่กดไปสอง อีกสองประตูเป็นของเปโดร โรดิเกวซและโบยาน เคอร์คิซ


สำหรับแฟนราชันชุดขาวรีลมาดริดไม่ต้องน้อยใจ ไว้มีโอกาสผมจะเขียนรีวิวการชมฟุตบอลที่สนามซานติเอโก้ เบอร์นาบิวต่อไป

การซื้อตั๋วเข้าชมเกมส์การแข่งขันที่สนามคัมป์นู
สำหรับบุคคลทั่วไปสามารถซื้อโดยตรงจากเว็บไซด์ของสโมสรได้ (แต่ตั๋วเกมส์ที่เจอกับทีมคู่ปรับเบอร์หนึ่งอย่างรีลมาดริดมักจะขายหมดอย่างรวดเร็ว) ลักษณะการซื้อตั๋วจากเว็บไซด์จะเป็นแบบ Will Call นั่นคือคนขายจะส่งอีเมล์คอนเฟิร์มการซื้อขายให้ ผู้ซื้อต้องนำอีเมล์พร้อมพาสปอร์ตและบัตรเครดิตที่ใช้ซื้อไปขอรับตั๋วที่หน้าสนามก่อนเกมส์เริ่ม

การเดินทางไปที่สนามคัมป์นู
สามารถนั่งรถไฟใต้ดินสาย 3 (สีเขียว) ลงที่สถานี Palau Reial หรือสถานี Les Corts
หรือรถไฟใต้ดินสาย 5 (สีน้ำเงิน) ลงที่สถานี Collblanc หรือสถานี Badal
แต่ไม่ว่าลงที่สถานีไหนต้องเดินต่ออีกประมาณ 5-10 นาทีถึงจะถึงสนาม

ฟุตบอลสเปนส่วนมากจะเริ่มแข่งกันดึกเริ่มราวสองถึงสามทุ่มไปเลิกเอาสี่ห้าทุ่ม ถ้าไปดูบอลควรจะจดจำเส้นทางเดินกลับสถานีรถไฟฟ้าให้ดีเพราะบอลเลิกออกมาตอนมืดๆจะหาทางลำบากมากขึ้น อาจจะหลงทางได้ง่าย

เว็บไซด์สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลน่า (เป็นเว็บไซด์ที่ใช้ร่วมกับสโมสรบาสเก็ตบอลของเมืองบาร์เซโลน่า)







วันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2556

วัดพงอึนซา: ความสุขชั่วเวียนธูป ความทุกข์ชั่ววูบเทียน

ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนว่าชื่อบท ความสุขชั่วเวียนธูป ความทุกข์ชั่ววูบเทียน นี้ผมไม่ได้แต่งขึ้นเอง แต่หยิบยืมมาจากชื่อบทๆหนึ่งในหนังสือเรื่อง สองเงาในเกาหลี ของคุณทรงกลด บางยี่ขัน สำหรับผู้ที่ไม่รู้จักหนังสือเล่มนี้ ถ้าบอกว่านี่คือหนังสือที่เป็นแรงบันดาลใจของบทภาพยนตร์เรื่อง กวน มึน โฮคงร้องอ๋อกัน

ในหนังสือ สองเงาในเกาหลี บทดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่วัดพงอึนซา กล่าวถึงช่วงที่ตัวเอกทั้งสองแวะเข้ามาไหว้พระหลบลมหนาวที่วัด


ขณะที่กำลังจะออกจากวัดก็ผ่านธูปเทียนที่ปักไหว้ไว้ ธูปไหม้เกือบหมดก้านแล้วแต่เทียนกลับมอดไปนิดเดียว จึงเปรียบเทียบว่าเวลาแห่งความสุขมักผ่านไปอย่างรวดเร็วดังเช่นธูป ขณะที่ช่วงเวลาความทุกข์คืบคลานไปอย่างช้าๆเหมือนเทียน เป็นที่มาของวลีแสนคมกริบว่า ความสุขชั่วเวียนธูป ความทุกข์ชั่ววูบเทียนดังนั้นเมื่อตั้งใจจะเขียนเล่าประสบการณ์ท่องเที่ยววัดพงอึนซา ผมจึงอดไม่ได้ที่ขอหยิบยืมวลีนี้มาใช้


วัดพงอึนซา (봉은사)   เป็นวัดที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่โตมาก แต่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมาถึง 1,200 กว่าปี อยู่ในย่านธุรกิจกังนัมทางตอนใต้ของโซล


ภายในวัดประดับประดาด้วยโคมกระดาษจำนวนมาก


สัญลักษณ์ของวัดพงอึนซาคือพระพุทธรูปหินอ่อนขนาดใหญ่ประทับยืนบนฐานดอกบัว ประดิษฐานอยู่ด้านในสุดของวัด


เนื่องจากวัดอยู่ในย่านธุรกิจสำคัญ จึงไม่แปลกที่จะเห็นวิวตึกสูงอยู่รายรอบวัด


ใกล้ๆลานจอดรถของวัดมีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม แต่หลายคนมักไม่ค่อยสังเกตุเห็น


ผมแนะนำให้ลองแวะร้านขายของที่ระลึกของวัด ที่นี่มีของฝากเก๋ๆที่ไม่ซ้ำร้านอื่นๆ ของบางชิ้นราคาถูกมาก เช่น โปสการ์ด 100 วอน (พระเจ้า...สามบาทเอง)

การเดินทางไปวัดพงอึนซา
รถไฟฟ้าสาย 2 (สีเขียว) ลงที่สถานี Samseong วัดจะอยู่ตรงข้ามศูนย์การค้า COEX Mall

เว็บไซด์ของวัดพงอึนซา







About