วันศุกร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2556

โจวจวง: เวนิสตะวันออกแห่งเจียงหนาน

เสน่ห์มนตราของเมืองเวนิสประเทศอิตาลีทำให้เมืองริมแม่น้ำลำคลองในเอเชียที่มีบรรยากาศคล้ายๆกันจะถูกขนานนามเปรียบเทียบว่าเป็นเวนิสตะวันออก ถ้าลองไปเสิร์ซเมืองในเอเชียที่เรียกว่าเวนิสตะวันออกจากวิกิพีเดียจะได้ลิสต์ยาวออกเป็นหางว่าว แม้แต่กรุงเทพฯของเราก็ยังอยู่ในลิสต์ด้วยเลย

แต่ถ้าจะให้เลือกเมืองเวนิสตะวันออกที่โดดเด่นในแวดวงท่องเที่ยวมายาวนาน ผมไม่รีรอที่จะจิ้มนิ้วไปที่หมู่บ้านโจวจวง (Zhouzhuang, 周庄) มณฑลเจียงซู ประเทศจีนทันที


โจวจวงเป็นหมู่บ้านเล็กๆที่มีคลองเล็กคลองน้อยหลายสายไหลตัดผ่านทั่วหมู่บ้าน ได้รับฉายาว่า "ยอดหมู่บ้านกลางน้ำแห่งเจียงหนาน (江南第一水)"


วิวสุดคลาสสิกของหมู่บ้านริมน้ำก็คือภาพสะพานหินโค้งข้ามคลองมีเรือลอดข้างใต้


ตัวบ้านเรือนเก่าๆกำแพงขาวหลังคาดำริมคลองให้บรรยากาศเหมือนย้อนไปในยุคสมัยโบราณ


จุดทัศนียภาพอันดับหนึ่งของเมืองก็คือสะพานคู่ (Shuang Qiao, ) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีสะพานสองสะพานเชื่อมต่อกันทอดข้ามหัวโค้งคลอง แต่เอาเข้าจริงไม่สามารถหาจุดถ่ายรูปให้เห็นทั้งสองสะพานได้ชัดๆ


ที่นี่มีบริการล่องเรือชมทัศนียภาพริมคลองเหมือนกับเวนิสเปี๊ยบ แต่ขอประทานโทษ...หน้าตาเรือแจวโจวจวงดูโบราณงานสร้างกว่ากอนโดล่าเยอะ


และที่ไม่ยอมน้อยหน้าจริงๆ ก็คืออาซิ้มแจวเรือไปร้องเพลง(จีน)ขับกล่อมผู้โดยสารไปด้วย


กิจกรรมล่องเรือกินเวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ลัดเลาะไปตามลำคลองลอดโค้งสะพานแล้วสะพานเล่า


การเดินชมหมู่บ้านทางเท้าก็มีจุดที่ให้แวะได้ เช่น บ้านเจ้าสัวเสิ่น (沈厅) ที่เคยเป็นที่พำนักของคหบดีชื่อดังเสิ่นว่านซาน


โรงมหรสพที่จัดแสดงโชว์วัฒนธรรม (ตอนไปถึงไม่มีรอบแสดง)


โรงภาพยนตร์แบบโบราณ รอบนึงดูได้ทีละคนสองคน


ในเมืองยังมีร้านขายของแนวๆตามตรอกซอกซอยให้นักท่องเที่ยวซอกซอนตะลอนทัวร์ได้


อาหารขึ้นหน้าขึ้นตาของโจวจวงไม่ใช่ก๊วยเตี๋ยวเรือแต่เป็น ขาหมูว่านซาน (万三蹄) สามารถลิ้มลองได้ตามร้านอาหารในเมืองหรือจะซื้อแบบแพ็คสำเร็จรูปกลับไปเป็นของฝากก็ได้


การเดินทางไปโจวจวงจากเซี่ยงไฮ้
ผมจับรถทัวร์ทัศนาจรจากท่ารถที่ Shanghai Stadium ออกประมาณเก้าโมงเช้าใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่งถึงเมืองโจวจวง ค่าตั๋วรถบัสจะรวมค่าเข้าชมเมืองด้วย จริงๆแล้วรถเค้ามีไกด์นำทัวร์เมืองโจวจวงเป็นภาษาจีน แต่ผมคิดว่าคงไม่ได้ช่วยอะไรที่จะไปเดินตามกรุ๊ปต้อยๆแต่ฟังไม่เข้าใจ จึงขอแยกตัวไปสำรวจเมืองด้วยตนเอง ซึ่งเค้าก็จะนัดให้กลับมาเจอกันที่จุดขึ้นรถกลับ โดยจะให้เวลาเที่ยวรวมประมาณ 5-6 ชั่วโมง


เว็บไซด์ข้อมูลท่องเที่ยวเมืองโจวจวง

หมายเหตุ: คำว่าเจียงหนานหรือออกเสียงเป็นภาษาจีนแต้จิ๋วว่ากังหนำเป็นดินแดนบริเวณภาคตะวันออกของประเทศจีนที่อยู่ทางใต้แม่น้ำแยงซีเกียงครอบคลุมมณฑลเจ้อเจียง เจียงซู และอันหุย







วันศุกร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2556

Postcard from Alaska: Ketchikan เมืองหลวงแห่งปลาซัลม่อน




และแล้วก็มาถึงอะลาสก้า......

หลังจากแล่นออกจากท่าเรือที่แวนคูเว่อร์ วันที่สามของการเดินทางบนเรือรัศมีแสงแห่งทะเล (Radiance of the Sea) ก็มาถึงเมืองแรกของอะลาสก้า นั่นคือเมือง Ketchikan (เค็ทชิแคน)


ถ้าดูจากแผนที่ รูปร่างของรัฐอะลาสก้าจะคล้ายกะทะแบบมีด้าม การล่องเรือเที่ยวอะลาสก้าจะเข้ามาทางด้ามกะทะทางตอนใต้ ซึ่งเมือง Ketchikan อยู่ที่ปลายล่างของด้ามกะทะ


เมือง Ketchikan เปี่ยมไปด้วยสมญานามมากมาย ได้แก่ เมืองหน้าด่านประตูสู่อะลาสก้า (เป็นเมืองใหญ่ที่อยู่ล่างสุดของรัฐ) เมืองหลวงแห่งปลาซัลม่อน (ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่จับปลาซัลม่อนได้เยอะสุด) เมืองหลวงแห่งสายฝน


เรือจอดเทียบท่า Ketchikan เวลาหกโมงเช้า ก่อนเข้านอนในคืนที่สองกัปตันเรือประกาศให้ผู้โดยสารปรับเวลาให้ช้าลงหนึ่งชั่วโมงตาม time zone ของอะลาสก้าเทียบกับแคนาดา

ด้วยความตื่นเต้นที่จะได้เหยียบแผ่นดินอะลาสก้า ผมรีบตื่นนอนเร่งจัดการอาหารเช้าเพื่อลงจากเรือไปสำรวจเมืองด้วยตนเองก่อนที่จะกลับมาร่วมแลนด์ทัวร์ในช่วงสายๆ เป้าหมายหลักของการสำรวจเมืองก็คือย่านดาวน์ทาวน์ ตามแผนที่ที่ได้รับแจกบนเรือย่านดาวน์ทาวน์น่าจะอยู่เบื้องหน้าท่าเทียบเรือเลย


แต่พอลงจากเรือก็ต้องหันรีหันขวางเพราะหน้าตาถนนไม่เหมือนกับแผนที่ ถามไถ่จากคนละแวกนั้นจึงทราบว่าย่านดาวน์ทาวน์ต้องเดินไปอีก 10-15 นาทีเนื่องจากเรือผมจอดที่ตำแหน่งปลายๆท่า

ที่ย่านดาวน์ทาวน์ ใครไปใครมาเมือง Ketchikan ต้องไม่พลาดแชะรูปกับป้ายต้อนรับนี้


ตึกสีสันสดใสในเมือง ถ้าไม่ใช่ร้านค้าก็ร้านอาหาร


หนึ่งในจุดท่องเที่ยวยอดนิยมของตัวเมือง Ketchikan ก็คือถนน Creek Street ซึ่งในอดีตเป็นย่านโคมแดงของเมือง


บ้านเรือนในถนนนี้เดิมทีเป็นบ้านของหญิงขายบริการ


ถึงแม้ปัจจุบันไม่ได้เป็นแหล่งอย่างว่าแล้ว ตัวบ้านเรือนภายนอกยังคงได้รับการอนุรักษ์ให้เหมือนเดิมเพียงแต่เปลี่ยนมาเป็นร้านขายของที่ระลึกร้านอาหารแทน


ที่เรียกว่า Creek Street เนื่องจากเป็นถนนทางเดินยาวประมาณ 100-200 เมตรเลียบลำธารสายเล็กๆ (ภาษาอังกฤษเรียกว่า creek)


แลนด์มาร์คสำคัญของถนนก็คือบ้านสีเขียวอ่อนที่ชื่อว่า Dolly’s House


ในอดีตเป็นบ้านคุณตัวที่โด่งดังที่สุดของย่านและอยู่ในอาชีพยาวนานที่สุด ปัจจุบันบ้านถูกแปลงเป็นพิพิธภัณฑ์


เนื่องจากผมไปถึงแต่เช้าพิพิธภัณฑ์และร้านรวงต่างๆยังไม่เปิด


เดินเก็บรูปประมาณชั่วโมงนึง ก็ได้เวลาจ้ำอ้าวกลับเรือเพื่อร่วมแลนด์ทัวร์ล่องเรือชม Misty Fjords อยากรู้ว่าเป็นยังไง โปรดติดตามตอนต่อไป







วันศุกร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2556

ขนมฝากจากฮอกไกโด

กลับมาอีกครั้งกับการแนะนำขนมฝากจากประเทศญี่ปุ่น คราวนี้เป็นคิวของดีของดังจากฮอกไกโดเกาะทางตอนเหนือของประเทศ ขนมที่คัดสรรมารีวิวส่วนใหญ่ก็มาจากเว็บไซด์หรือหนังสือท่องเที่ยวแนะนำ และแน่นอนที่สุดเรายังมีแขกรับเชิญผู้ให้ทรรศนะคงเป็นคุณน้องเจ้าเดิมนั่นเอง

ฮอกไกโดมีสามสิ่งที่ขึ้นชื่อได้แก่ ผลิตภัณฑ์จากนมเนย ผักผลไม้ และอาหารทะเล ขนมชื่อดังจากฮอกไกโดจึงมักจะหนีไม่พ้นเจ้าสามสิ่งนี้

1.   ขนมชิโระอิโคะอิบิโตะ (白い恋人)
เป็นขนมขึ้นชื่ออันดับหนึ่งของฮอกไกโด เรียกว่าถ้าใครไปฮอกไกโดแล้วไม่ได้ซื้อของฝากชนิดนี้เหมือนไปหนองมนแล้วไม่ได้ซื้อข้าวหลามไปตลาดนวรัฐไม่ซื้อแคบหมูประมาณนั้น มีลักษณะเป็นขนมปังแผ่นเบาบางสไตล์ฝรั่งเศสประกบไส้ไวท์ช็อคโกแลตหรือดาร์กช็อคโกแลต ความโด่งดังของขนมชนิดนี้ทำให้ปัจจุบันหาซื้อได้แทบทั่วประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว



2.   มันฝรั่งจางะพอคคุรุ (じゃがポックル)
รูปร่างหน้าตาคล้ายกับเฟรนซ์ฟรายตามร้านฟาสฟู้ดตะวันตก แต่ไม่น่าเชื่อว่านี่เป็นขนมฝากจากฮอกไกโดที่นิยมติดอันดับต้นๆ



3.     Rokkatei แซนวิชบัตเตอร์มารุเซอิ (六花亭・マルセイバターサンド)
บิสกิตประกบสอดไส้ครีมเนยลูกเกด ใช้วัตถุดิบชั้นดีจากอำเภอโทกะชิในเกาะฮอกไกโด การออกแบบแพคเกจยังใช้สไตล์แบบย้อนยุคที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากโลโก้และแพคเกจห่อเนยของโรงงานเนยยุคเก่าแก่ตั้งแต่สมัยเมจิ



4.     ขนมโอคาคิข้าวโพดปิ้งจากซัปโปโร (札幌おかきOh!焼とうきび)
ขนมข้าวโพดปิ้งที่มีชื่อเสียงมากของเมืองซัปโปโรเป็นของยี่ห้อ YOSHIMI ภายในซองขนมจะมีโอคาคิ(แป้งข้าวเหนียวอบกรอบ) ที่มีส่วนผสมของข้าวโพดที่มีรสชาติหอมหวานอุดมไปด้วยรสชาติของซอสโชยุและกลิ่นข้าวโพดปิ้งที่เป็นเอกลักษณ์



5.    ขนมซันโปโรคุ (三方六)
ขนมซันโปโรคุ (三方六) คือขนมที่มีลักษณะคล้ายกับขนมเค้ก Baumkuchen ของเยอรมันเคลือบผิวหน้าด้วยไวท์และมิลค์ช็อคโกแลต ทำให้รูปลักษณ์ดูคล้ายท่อนฟืนขนาดเล็ก




6.     ขนมข้าวโพดเคลือบช็อกโกแลต (とうきびチョコ)
ทำจากข้าวโพดสีเหลืองทองเคลือบด้วยไวท์ช็อกโกแลตที่มีคุณภาพดี




7.    ขนมเมล่อนเพียวเจลลี่ (夕張メロンピュアゼリー)
เป็นขนมเจลลี่เนื้อนุ่มผสมกับเนื้อเมล่อนพันธุ์ยูบาริ (夕張メロン) ได้รับรางวัลเหรียญทองติดต่อกัน 5 ปีซ้อน ขอแนะนำให้แช่ในตู้เย็นก่อนรับประทานแต่ถ้านำไปแช่ในช่องแข็งจะกลายเป็นไอศกรีมเชอร์เบทเมล่อน




8.   ขนม Yukipirika (ユキピリ花 - ゆきぴりか)
เป็นขนมที่ทำมาจากแป้งข้าวเจ้าผสมช็อคโกแลต ทำเป็นชิ้นคล้ายคุ๊กกี้แต่เนื้อนิ่มๆ ลวดลายทำเป็นรูปเกล็ดหิมะซึ่งสื่อถึงเกาะฮอกไกโดดินแดนที่มีหิมะปกคลุม



9.    Ika-chip
ชิปปลาหมึกจากเมืองฮาโกดาเตะ จริงๆแล้วไม่ได้อยู่ในลิสต์ของฝากที่แนะนำจากแหล่งข้อมูลไหนๆ พอดีผมเดินเล่นที่ย่านโกดังอิฐแดง ลองชิมแล้วเห็นว่าอร่อยดีเลยซื้อมารีวิวดู


ทำมาจากปลาหมึกซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของเมืองฮาโกดาเตะ แปรรูปให้เป็นแผ่นบางๆกรุบกรอบเหมือนมันฝรั่งแผ่นทอดกรอบ



ขนมที่ 1-8 สามารถหาซื้อได้ทั่วไปในฮอกไกโด เช่น สถานีรถไฟ JR Sapporo ส่วนชิปปลาหมึกซื้อที่โกดังอิฐแดงเมืองฮาโกดาเตะ

หมายเหตุ ทรรศนะนี้เป็นเพียงความคิดเห็นและรสนิยมส่วนบุคคล ไม่ต้องเชื่อก็ได้นะ


ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซด์





About