วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ประเพณีสู้วัวกระทิง

คำเตือน: ผู้ที่ใจไม่แข็งไม่ควรอ่าน

สมัยตอนเด็กๆ จำได้ว่าผมเคยเล่นล่อวัวกระทิงกับเพื่อน โดยเอาผ้าขนหนูหรือผ้าเช็ดตัวมาทำเป็นผ้าล่อ แล้วให้เพื่อนสวมวิญญาณกระทิงวิ่งขวิดผ้า ตัวเราก็แอ็คสะบัดผ้าหลบไปมา นับว่าเป็นความสนุกในสมัยวัยเด็กอย่างหนึ่ง จนมาวันหนึ่งผมได้มีประสบการณ์เข้าชมการแสดงสู้วัวกระทิงของจริงที่ประเทศสเปน จึงได้เรียนรู้ว่าของจริงไม่สนุกเหมือนเด็กเล่นเลย


การสู้วัวกระทิงของสเปนจะเรียกว่า corrida de toros ที่จริงไม่ใช่ว่ามีที่สเปนประเทศเดียว ยังสามารถพบได้ในประเทศอย่างโปรตุเกส ฝรั่งเศสตอนใต้ เม็กซิโก และบางประเทศในอเมริกาใต้ ซึ่งการสู้วัวในแต่ละประเทศจะมีขนบธรรมเนียมต่างกันไป


ส่วนใหญ่คนจะติดเรียกนักสู้วัวกระทิงว่ามาทาดอร์ (matador) จริงๆแล้วคำว่ามาทาดอร์จะหมายถึงคนที่ทำหน้าที่ปลิดชีพวัวในตอนสุดท้าย แต่ในทีมงานแสดงครั้งนึงจะมีนักสู้วัวหลายคนทำหน้าที่แตกต่างกันและเรียกชื่อแตกต่างกันไป คำรวมๆของนักสู้วัวกระทิงจะเรียกว่า toreros (แต่ผมจะขอเรียกว่ามาทาดอร์ตามที่ติดปากแล้วกัน)


สนามสู้วัวกระทิงจะเป็นวงกลม เรียกว่า bullring รูปร่างคล้ายโคลีเซียมของพวกโรมัน ความคลาสสิกของสนามเป็นปัจจัยนึงที่ดึงดูดให้ผมยอมเสียเงินซื้อตั๋วเข้ามาซึมซับบรรยากาศ



เมื่อเริ่มการแสดงก็จะปล่อยวัวกระทิงเข้ามาสู่สนามแล้ว แรกๆมาทาดอร์ลิ่วล้อจะคอยวิ่งล่อให้วัวไล่ เป็นการกระตุ้นความคึกของกระทิง


ในช่วงแรกๆนี้กระทิงยังฟิตปั๋ง มาทาดอร์จะไม่กล้าเข้าไปใกล้วัวมากนัก พอถูกไล่มาจวนตัวก็จะวิ่งไปหลบหลังแผ่นไม้กำบังที่เรียงรายรอบๆสนาม


จากนั้นก็จะมีมาทาดอร์ขี่ม้าเอาหอกยาวแทงเข้าที่หนอกของวัว ว่ากันว่าหนอกเป็นจุดศูนย์รวมความอึดของสัตว์ การแทงเข้าไปที่หนอกจึงเป็นการทำลายความอึดและการหลั่งเลือดบาดเจ็บจะทำให้วัวอ่อนแรงลง


ช่วงนี่วัวจะมีหือรือตอบโต้โดยการขวิดเข้าที่สีข้างม้า จึงต้องเอานวมปูไว้รับแรงขวิด ตัวม้าเองก็ต้องเอาผ้าปิดตาไม่ให้เห็น เพราะขืนมองเห็นม้าคงตื่นพยศไม่ทำตามคำสั่ง


จากนั้นก็จะเป็นมหกรรมมาทาดอร์พาเหรดเรียงหน้าปักหอกสั้นซ้ำเข้าที่หนอก ทำให้วัวดุร้ายแต่อ่อนล้ามากขึ้น


และแล้วก็ได้เวลาของมาทาดอร์ตัวจริงมาโชว์การสะบัดผ้าล่อวัวและปิดจ๊อบ มาทาดอร์ตัวจริงจะสังเกตได้จากเสื้อผ้าที่ฟรุ้งฟริ้งเป็นพิเศษ


จุดนี้เองที่มาทาดอร์จะยืนใกล้วัวกระทิงมาก แทบหายใจรดต้นคอเลยทีเดียว


วัวที่เสียเลือดมากเริ่มมีอาการมึนงงและโกรธเกรี้ยวจนขาดสติสัมปชัญญะ เห็นผ้าเป็นคนไล่ขวิดแต่ผ้าตลอดทั้งๆที่คนยืนห่างออกไปแค่คืบ



พอโชว์แอ็คเหนือได้ที่ มาทาดอร์ก็จะหาจังหวะกระโดดปักมีดจึ๊กเดียวมิดด้ามเข้าที่คอหอยทะลุถึงหัวใจดับชีพของวัวกระทิงผู้น่าสงสาร


ในวันหนึ่งๆจะมีการสู้วัวกระทิงหลายตัว แต่ผมทนดูได้แค่สองตัวก็เกิดอาการเอียนจนไม่อยากทานก๊วยเตี๋ยวลูกชิ้นเนื้ออีกแล้ว


บางคนบอกว่านี่เป็นกีฬา แต่ผมขอเรียกว่าประเพณีดีกว่า เพราะถ้าบอกว่าเป็นกีฬาที่สันทนาการผู้ชม ผมไม่รู้สึกว่าดูแล้วสนุกสนานแต่อย่างใด แต่ถ้าบอกว่าเป็นการอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีที่มีมาแต่โบราณไม่ให้สูญหายไปก็พอเข้าใจได้บ้าง


แต่ใช่ว่าทุกคนจะเห็นดีงามในการอนุรักษ์ประเพณีนี้ทั้งหมด มีคนจำนวนไม่น้อยมองว่าเป็นการทารุณกรรมสัตว์อย่างหนึ่งออกมาประท้วงต่อต้านกันเนืองๆ


ถ้าตัดเรื่องการทารุณกรรมสัตว์ออกไป ผมว่าประเพณีนี้ให้มรดกตกทอดที่สวยงามน่าจดจำสองอย่าง อย่างแรกคือโปสเตอร์การแสดงสู้วัวกระทิงที่เป็นเอกลักษณ์สะดุดตา จนปัจจุบันนิยมทำเป็นของที่ระลึกจากสเปน



อีกอย่างก็คือสนามสู้วัวที่มีสถาปัตยกรรมเก่าแก่งดงามตระการตา




อย่างน้อยถ้าคุณไม่อยากดูสู้วัว ขอแค่มาถ่ายรูปที่หน้าสนามก็คุ้มแล้ว



การชมการสู้วัวกระทิงที่เมืองแมดริด
สำหรับท่านที่ไปเที่ยวแมดริดและใจแข็งพออยากลองสัมผัสประสบการณ์แบบนี้ ขอแนะนำสังเวียนสู้วัวกระทิงที่ชื่อว่า Las Ventas ซึ่งเป็นสนามที่โดงดังที่สุดในสเปน


การเดินทางไป Las Ventas ทำได้โดยรถไฟฟ้าสาย 2 หรือสาย 5 ลงที่สถานี Ventas


เว็บไซด์ของสนาม Las Ventas (เป็นภาษาสเปน)











วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ปุจฉา: รูปปั้นสัตว์เหล่านี้อยู่ที่ใด

วันนี้ผมขอพักเบรกการเล่าเรื่องการเดินทางมาเล่นเกมส์กันสนุกๆดีกว่า เป็นเกมส์ที่เก็บเกี่ยววัตถุดิบมาจากการท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆทั่วโลก การไปเยี่ยมเยือนหลายต่อหลายที่ได้พบเห็นอนุสาวรีย์หรือรูปปั้นสัตว์เป็นแลนด์มาร์คสำคัญของที่นั้นๆ วันนี้จึงให้ท่านผู้อ่านลองทายกันว่ารูปปั้นสัตว์เหล่านี้อยู่ที่เมืองอะไร ประเทศอะไร

มีทั้งหมดสิบภาพตามหมายเลขกำกับ ถ้าไม่รู้หรือทายเสร็จหมดแล้วลองไปดูเฉลยที่ด้านล่างอันไกลโพ้นได้













เฉลย
1. Rachel เป็นชื่อรูปปั้นกระปุกหมูตั้งอยู่ด้านหน้าตลาด Pike Place Market เมืองซีแอทเทิ่ล ประเทศสหรัฐอเมริกา ชื่อ Rachel ตั้งมาจากชื่อหมูที่ชนะประกวดในปี 1985 นอกจากเป็นมาสค็อตของตลาดแล้ว Rachel ยังทำหน้าที่รับเงินบริจาคจากนักท่องเที่ยวเพื่อสนับสนุนชาวตลาดที่รายได้ไม่ดี ตามที่กล่าวอ้างกันมาถ้าคุณลูบจมูกหมูแล้วบริจาคใส่กระปุกก็จะพบแต่โชคดี

2. Il Porcellino หรือหมูป่าแห่งฟิเรนเซ่ อยู่ที่เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี ตัวรูปปั้นต้นแบบดั้งเดิมสร้างตั้งแต่ปี 1634 ปัจจุบันถูกจัดเก็บที่พิพิธภัณฑ์ ตัวที่เห็นถูกสร้างมาตั้งแทนอยู่หน้าตลาดที่จัตุรัส Mercato Nuovo ว่ากันว่าถ้าลูบที่จมูกหมูแล้วคุณจะได้กลับมาที่ฟลอเรนซ์อีก จึงไม่แปลกใจว่าทำไมจมูกหมูถึงมันวาวนัก

3. รูปปั้นหมียืนเกาะต้นสตอเบอร์รี่อยู่ที่จัตุรัส Puerta del Sol ซึ่งเป็นจตุรัสสำคัญของกรุงแมดริด ประเทศสเปน หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมต้องเป็นหมีในท่ายืนเกาะต้นสตอเบอร์รี่ไม่ใช่ท่าอื่น แท้จริงไม่มีลับลมคมนัยอะไรมาก รูปปั้นนี้สร้างตามรูปในตราประจำเมืองแมดริดที่เป็นรูปหมียืนเกาะต้นไม้ที่มีผลสีแดงๆนั่นเอง

4. รูปปั้นบรอนซ์กระทิงขวิดนี้อยู่ใกล้ๆถนน Wall Street มหานครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ฝรั่งถือว่ากระทิงเป็นสัญลักษณ์ของความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ อย่างเวลาตลาดหุ้นคึกคักจะเรียกว่าอยู่ในสภาวะกระทิง จึงถูกเลือกให้เป็นสัตว์มงคลประจำถนน Wall Street ที่เป็นถนนสายการเงินหลักของประเทศ รูปปั้นกระทิงนี้เป็นผลงานของ Arturo Di Modica จริงๆแล้วมีจำนวนทั้งสิ้นห้าตัว ถ้าใครไปเที่ยวเซี่ยงไฮ้ก็อาจจะเจอพี่น้องเจ้ากระทิง Wall Street นี้ได้

5. นี่คือหนึ่งในสุนัขชื่อดังนามว่าฮะชิโกะ ตั้งอยู่ที่หน้าสถานีรถไฟชิบูย่า กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้รับการยกย่องมากในเรื่องความกตัญญูต่อเจ้านาย ทุกวันตอนเย็นฮะชิโกะจะมานอนรอเจ้านายที่กลับจากทำงานที่หน้าสถานีรถไฟชิบูย่าทุกวัน จนมาวันหนึ่งเจ้านายของฮะชิเสียชีวิตไป แต่มันก็ยังคงมานอนเฝ้ารอเจ้านายตอนเย็นทุกๆวันเป็นเวลาถึงสิบปีจนเสียชีวิตไปในปี 1935 ปัจจุบันรูปปั้นฮะชิโกะนิยมใช้เป็นจุดนัดพบ   

6. อนุสาวรีย์สิงโตเจ็บปางตายหรือชื่อจริงๆคือ Löwendenkmal อยู่ที่เมืองลูเซิร์น ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ถูกสร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกให้แก่ทหารสวิสรับจ้างที่เสียชีวิตในช่วงปฏิวัติฝรั่งเศส ถ้าสังเกตรายละเอียดจะเห็นว่าสิงโตที่เป็นตัวแทนทหารสวิสถูกหอกแทงใกล้ตายนอนกอดโล่ที่มีตราราชวงศ์ฝรั่งเศสโดยมีโล่ตราสวิสวางอยู่ข้างๆ

7. เจ้ากิ้งก่านี้เป็นผลงานประติมากรรมชื่อดังของศิลปินสเปนนามว่า Antoni Gaudi ทั่วไปคนนิยมเรียกรูปปั้นนี้ว่า “el drac” อันแปลว่ามังกร รูปปั้นกิ้งกาชูคออยู่ที่ทางเข้า Park Güell เมืองบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน ใครไปใครมาต้องแวะชักรูปกับกิ้งก่าเจ้าเสน่ห์นี้

8. นกฮูกนี้เป็นอีกหนึ่งรูปปั้นสัตว์ที่อยู่ที่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น รูปปั้นนี้อยู่ที่หน้าทางออกสถานีรถไฟ Ikebukuro นกฮูกถือว่าเป็นมาสค็อตประจำย่าน Ikebukuro เนื่องจากคำว่า fukuro ที่หมายถึงนกฮูกออกเสียงใกล้เคียงกับคำว่า bukuro ในชื่อ Ikebukuro ปัจจุบันรูปปั้นนกฮูกนี้นิยมใช้เป็นจุดนัดพบเหมือนฮาจิโกะ

9. Digital Orca หรือวาฬดิจิตอลเป็นงานประติมากรรมที่เพิ่งสร้างขึ้นเมื่อปี 2009 อยู่ที่บริเวณด้านหน้า Vancouver Convention Center เมืองแวนคูเว่อร์ ประเทศแคนาดา ความโดดเด่นของรูปปั้นวาฬนี้ก็คือความคิดสร้างสรรค์ที่ประยุกต์เทคโนโลยี่สมัยใหม่เข้าไปในดีไซน์ บางคนเรียกมันว่า Lego Orca เนื่องจากเหมือนเอาบล็อกเลโก้มาต่อเป็นรูปวาฬ


10. อนุสาวรีย์ห้าแพะที่สวนสาธารณะ Yuexui เมืองกวางโจว ประเทศจีน ตามตำนานปรัมปราเล่าขานว่ามีนางฟ้าห้าองค์เสด็จลงมาจากสวรรค์โดยมีแพะห้าตัวเป็นพาหนะ นางฟ้าได้อำนวยพรให้เมืองกวางโจวอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธ์ธัญญาหารก่อนหายตัวเสด็จกลับสวรรค์ พาหนะแพะทั้งห้าตัวก็กลายร่างเป็นหินให้ชาวเมืองสักการะบูชาแทน ถ้าจำกันได้มาสค็อตกีฬา Asian Games ปี 2010 ที่กวางโจวก็เป็นแพะห้าตัว

ตอบกันถูกกี่ข้อครับ








วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2557

Sun Moon Lake: ภาคธารารุจี

เรายังอยู่กันที่ทะเลสาบสุริยันจันทรา (Sun Moon Lake, 日月潭) บนเกาะไต้หวัน หลังจากภาคที่แล้วได้พาไปตะลอนเที่ยวภูเขาที่อยู่รายล้อมทะเลสาบแล้ว ภาคสองก็จะเป็นวาระการท่องตัวทะเลสาบ


ชื่อทะเลสาบสุริยันจันทรามาจากรูปร่างของทะเลสาบที่ฝั่งด้านตะวันออกดูคล้ายดวงอาทิตย์ในขณะที่ฝั่งตะวันตกคล้ายพระจันทร์เสี้ยว (ใช้จินตนาการเอาหน่อย)


บรรยากาศของทะเลสาบสุริยันจันทราได้รับการยอมว่าเป็นหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติแสนโรแมนติก อันมาจากองค์ประกอบที่ลงตัวระหว่างสายน้ำและขุนเขา




ถ้าคุณได้เดินทางมาเที่ยวที่ทะเลสาบสุริยันจันทรา ขอแนะนำให้พักค้างคืนที่นี่อย่างน้อยหนึ่งคืน แล้วหาโอกาสตื่นแต่เช้าเพื่อมาซึมซับบรรยากาศพระอาทิตย์ขึ้นที่นี่




ยามเช้าน้ำทะเลสาบค่อนข้างสงบ ไม่มีเรือแล่นพลุกพล่าน



ความใสของผืนน้ำที่เรียบสงบสะท้อนภาพผืนฟ้าจดแทบแยกไม่ออกว่าอันไหนน้ำอันไหนฟ้า



แสงสีส้มจากพระอาทิตย์ยามรุ่งอรุณทอทาบผิวน้ำส่องประกายเรืองรอง (สำนวนกวีมาก)





ด้านเหนือของทะเลสาบอันเป็นที่ชุมนุมของบรรดาโรงแรมที่พัก มีทางเดินเท้าให้ทอดน่อง บางจุดมีเก้าอี้ให้นั่งพักชมวิวได้



พระอาทิตย์โผล่พ้นทิวเขาอันเป็นสัญญาณรุ่งอรุณ



การสัมผัสกลิ่นไอทะเลสาบอย่างใกล้ชิดทำได้โดยการล่องเรือท่องเที่ยว 




สามารถขึ้นลงเรือได้ที่ท่าเรือสามแห่งได้แก่ ท่าเรือ Shueishe (水社碼頭ทางฝั่งโรงแรมที่พัก ท่าเรือ Ito Thao (伊達邵หรือท่าเรือวัดเสวียนกวง (玄光寺碼頭)


ไฮไลท์การล่องเรืออยู่ที่เกาะลาลู (拉魯島) เป็นเกาะเล็กๆกลางทะเลสาบไม่มีคนอยู่ มีการสร้างท่าเทียบเรือใกล้ๆเกาะให้แวะจอดถ่ายรูปได้


ตามความเชื่อของชนเผ่าพื้นเมืองที่อาศัยในละแวกทะเลสาบ เกาะลาลูนี้เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์สถิตดวงวิญญาณบรรพชน นักท่องเที่ยวจึงไม่สามารถขึ้นไปเหยียบบนเกาะได้


ตามตำนานปรัมปรา นักล่าสัตว์ชาวพื้นเมืองค้นพบทะเลสาบสุริยันจันทราจากการไล่ล่าตามรอยกวางขาวมาจนถึงที่นี่


วิวทิวทัศน์เขารอบทะเลสาบจากเรือท่องเที่ยว



การเดินทางไปทะเลสาบสุริยันจันทรา
นั่งรถบัสจากสถานีรถไฟเมืองไทจง (台中) มาที่ทะเลสาบใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

เว็บไซด์การท่องเที่ยวของทะเลสาบสุริยันจันทรา










About